กันยายน 2569
โครงการวิเคราะห์ทิศทางการพัฒนายางพาราของประเทศไทย
สถานการณ์ · ระเบียบการค้าโลก · ห่วงโซ่อุปทาน
จากการลงพื้นที่ · ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์
กยท.
เสนอต่อการยางแห่งประเทศไทย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ถิรภาพ ฟักทอง
นำเสนอโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์
ดร.ถิรภาพ ฟักทอง

หัวข้อนำเสนอ

  • 01สถานการณ์การผลิตและความต้องการยางพาราหน้า 02–05
  • 02ระเบียบการค้าโลก และมาตรการที่เกี่ยวข้องหน้า 06–10
  • 03สมดุลอุปสงค์-อุปทานยางพารา และผลของภูมิรัฐศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมยางพาราหน้า 11–15
  • 04ห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมยางพารา จากต้นน้ำถึงปลายน้ำหน้า 16–20
  • 05ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความยั่งยืนหน้า 21–25
  • 06นโยบายและยุทธศาสตร์ด้านยางพาราของต่างประเทศหน้า 26–28
01
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)
คาดว่าปี 2569 ไทยจะมีผลผลิตยางแห้ง
4.87 ล้านตัน
เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 จากปี 2568
เนื่องจากผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น
01
ส่วนที่ 01 / 06
สถานการณ์การผลิต
และความต้องการยางพารา
ไทยเป็นผู้นำด้านปริมาณผลผลิตมาอย่างยาวนาน แต่ตลาดโลกในปัจจุบันแข่งขันกันที่มูลค่าและแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์
  • อุปทานโลก: ฐานการผลิตในแอฟริกาตะวันตกขยายตัวสูงมาก
  • อุปสงค์โลก: กระจุกตัวที่จีนและอุตสาหกรรมยางล้อ
  • การค้าของไทย: พึ่งพาสองตลาดที่โครงสร้างต่างกัน ท่ามกลางวัฏจักรราคาที่ผันผวน

ผู้ผลิตอันดับ 1 ของโลก
แต่ 7 ใน 10 ของผลผลิตต้องพึ่งตลาดส่งออก

ฐานผลิตใหญ่ แต่รายได้ผูกกับตลาดโลก ขณะที่คู่แข่งใหม่จากแอฟริกาตะวันตกขยายตัวเร็วที่สุดและแซงหน้าอินโดนีเซียแล้ว

4.87ล้านตัน
ผลผลิตยางแห้งไทย ปี 2569 (คาดการณ์) · +2.1% จากปี 2568
31.8% ของโลก
ผลผลิตโลก 15.31 ล้านตัน (คาดการณ์) · ไทยคิดเป็นราว 1 ใน 3
22.32ล้านไร่
เนื้อที่กรีดได้ · ผลผลิตต่อไร่ 217.7 กก.
1,270,426ราย
เกษตรกรขึ้นทะเบียนกับ กยท. · คนกรีดยาง 157,810 ราย
การกระจายผลผลิตยางแห้งปี 2568 (ฐานดุลยางแห้ง กรมวิชาการเกษตร 4,626,973 ตัน)
ที่เหลือ 2.4% เป็นการเปลี่ยนแปลงสินค้าคงเหลือและการเคลื่อนไหวทางการค้า
ผลผลิตยางธรรมชาติรายประเทศ 2564–2569 (ล้านตัน · 2569 คาดการณ์) โดยโกตดิวัวร์ขยายตัวกว่า 2 เท่าใน 6 ปี

อุปสงค์โลกกระจุกตัวที่จีนและยางล้อ

จีนใช้ยาง 45.7% ของโลก แต่เพิ่มเพียง 1.2% ภาวะอุตสาหกรรมจีนจึงมีอิทธิพลต่อทิศทางราคายางมากขึ้น และส่งผลต่อคำสั่งซื้อและราคายางไทยอย่างรวดเร็ว

การใช้ยางธรรมชาติรายประเทศ ปี 2569 (ล้านตัน · เปลี่ยนแปลงจากปี 2568)
70%
อุปสงค์โลก
ของยางธรรมชาติโลกใช้ในอุตสาหกรรมยางล้อ ยอดผลิตรถยนต์ในจีน อินเดีย ยุโรป สหรัฐฯ จึงเป็นตัวแปรหลักของราคา
+0.98 ล้านตัน
จีน 2564–69
จีนและอินเดีย (+0.18) เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของอุปสงค์โลกในรอบ 6 ปี ขณะที่ยุโรป สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ทรงตัวหรือลดลง
8–10%/ปี
ถุงมือยาง
ตลาดถุงมือโลก ~3 แสนล้านชิ้น/ปี ขยายตัวต่อเนื่องถึงปี 2573 · ส่วน EV ผลสุทธิยังไม่ชัด: น้ำหนักรถเพิ่มขึ้น 20–30% (บวก) แต่ยางทนทานขึ้น (ลบ)

ไทยมีสองตลาดหลักที่โครงสร้างต่างกัน:
ยางขั้นกลางพึ่งพาจีน ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำพึ่งพาสหรัฐฯ

ความเสี่ยงด้านตลาดจึงต่างกันและต้องบริหารแยกกัน ขณะที่ในรอบ 14 ปี รายได้เกษตรกรจำนวนมากยังใกล้จุดคุ้มทุน

ยางธรรมชาติขั้นต้น–ขั้นกลาง

ส่งออก 2568 · 5,013.43 ล้าน USD
ตลาดปลายทาง (% ของมูลค่า)

ผลิตภัณฑ์ยางขั้นปลาย

ส่งออก 2568 · 11,120.55 ล้าน USD
ตลาดปลายทาง (% ของมูลค่า)
วัฏจักรราคา 14 ปี 2554 >6 USD/กก.→ 2562–63 1.3–1.5 USD/กก.→ 2567 บางตลาดสูงสุดรอบ ~13 ปี ยางแผ่นรมควันชั้น 3 เฉลี่ย: 59.36 บาท/กก. (2564) → 79.62 บาท/กก. (ม.ค.–ส.ค. 2569)
02
2.3
ล้านตัน · ยางไทยที่คาดว่าจะผ่านเกณฑ์ EUDR
สูงที่สุดในโลก รองลงมาคือโกตดิวัวร์ 1.0
02
ส่วนที่ 02 / 06
ระเบียบการค้าโลก
และมาตรการที่เกี่ยวข้อง
เกณฑ์แข่งขันย้ายไปที่การพิสูจน์แหล่งที่มา ซึ่งไทยได้เปรียบ
  • FTA 12 ฉบับ ใช้สิทธิ 40,442.69 ล้าน USD แต่ใช้สิทธิ RCEP เพียง 1.26%
  • EUDR บังคับใช้ 30 ธ.ค. 2569 โดยไทยเป็นผู้ผลิตหลักรายเดียวในกลุ่ม "ความเสี่ยงต่ำ"
  • สหรัฐฯ เก็บภาษีที่ปลายน้ำ (ยางล้อ 29% · ถุงมือ 33%) ส่วนจีนลดภาษีเหลือ 0% ผ่านแม่น้ำโขง

FTA 12 ฉบับลดภาษีจนเกือบเป็นศูนย์ แต่ใช้สิทธิ RCEP เพียง 1.26%

เมื่อภาษีไม่ใช่ปัจจัยตัดสินอีกต่อไป จุดชี้ขาดคือทะเบียนเกษตรกรและพิกัดแปลงของ กยท. ซึ่งรองรับกติกาได้ 5 ชุดด้วยระบบเดียว

40,442.69
ล้าน USD
มูลค่าการใช้สิทธิ FTA รวมของไทย ม.ค.–พ.ค. 2569 · ภาษีนำเข้ายางในตลาดหลักลดลงจนเกือบเป็นศูนย์
อัตราการใช้สิทธิ FTA ที่มีสินค้ายางเด่น ม.ค.–พ.ค. 2569 (% · มูลค่าใช้สิทธิ)
RCEP ให้สะสมถิ่นกำเนิดได้ 15 ประเทศ ตรวจปล่อยใน 48 ชม. อุปสรรคจึงมิได้อยู่ที่ความตกลง แต่อยู่ที่ความรู้เรื่องถิ่นกำเนิดสินค้าของสถาบันเกษตรกรและผู้ส่งออก SMEs
ระบบเดียว รองรับ 5 กติกา
ระบบทะเบียน พิกัดแปลง และฐานข้อมูลตรวจสอบย้อนกลับของ กยท. ลดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหลายชุด โดยลงทุนเพียงระบบเดียว

EUDR เปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขัน
ไทยเป็นผู้ผลิตหลักรายเดียวในกลุ่ม "ความเสี่ยงต่ำ"

ยางไทยที่คาดว่าจะผ่านเกณฑ์ 2.3 ล้านตัน มากกว่าคู่แข่งหลักสี่รายรวมกัน

ปริมาณยางที่คาดว่าจะผ่านเกณฑ์ EUDR (ล้านตัน) · อัตราสุ่มตรวจตามกลุ่มความเสี่ยง
1%
อัตราสุ่มตรวจ · ไทย
กลุ่มความเสี่ยงต่ำ · ตรวจสอบแบบง่าย
3%
โกตดิวัวร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย
กลุ่มความเสี่ยงมาตรฐาน

3 เงื่อนไขที่ต้องพิสูจน์

  • ปลอดการทำลายป่า หลัง 31 ธ.ค. 2563
  • ถูกกฎหมายของประเทศต้นทาง (ที่ดิน แรงงาน สิ่งแวดล้อม ภาษี)
  • DDS และพิกัดแปลงปลูก ยื่นผ่านระบบ EU ก่อนเข้าตลาด
ขอบเขต HS 4001 และยางธรรมชาติใน 4005–4017 (ยางล้อ 4011 · ถุงมือ 4015) · โทษปรับอย่างน้อย 4% ของยอดขายใน EU · รายย่อยในประเทศความเสี่ยงต่ำ ยื่นคำประกาศแบบง่ายครั้งเดียว โดยใช้ที่อยู่แทนพิกัดแปลง

ตลาด EUDR เกิดขึ้นจริงแล้ว (พรีเมียม 3.86 บาท/กก.)
แต่คอขวดคือเอกสารสิทธิ์ 4.80 ล้านไร่

ราวครึ่งหนึ่งของพื้นที่กรีด (11.14 จาก 22.32 ล้านไร่) ขึ้นทะเบียนและมีเอกสารสิทธิ์แล้ว

เนื้อที่กรีดได้ 22.32 ล้านไร่ แบ่งตามความพร้อมในการพิสูจน์แหล่งที่มา (ฐานทะเบียน กยท. ม.ค. 2569)
3.86บาท/กก.
พรีเมียมเฉลี่ยยาง EUDR ปี 2567 (ทั้งปี) · ลดลงทุกครั้งที่มีข่าวเลื่อนบังคับใช้
297,703ตัน
ปริมาณยาง EUDR ปี 2567 (ทั้งปี) · เริ่มซื้อขายจริง เม.ย. 2567

ธปท. ประเมินผล EUDR ต่อไทย

ปี 2568
ปี 2569
รายได้เกษตรกร
+0.8%
+1.4%
มูลค่าส่งออกยาง
+1.4%
+2.5%

เทียบกับกรณีไม่มี EUDR · ต้นทุนปรับตัวเกิดขึ้นครั้งเดียวในปีแรก แต่ยังคุ้มค่าต่อการลงทุน

กยท. เริ่มดำเนินการแล้ว

  • ตรวจสอบการซ้อนทับกับแผนที่ป่า 4 ชั้น
  • ออกเอกสารตรวจสอบสถานะ (DDS) ให้ผู้ซื้อ
  • อบรมพนักงาน 210 ราย ใน 7 เขต
  • วางระบบพื้นฐาน EUDR ในสถาบันเกษตรกร 50 แห่ง

สหรัฐฯ เก็บภาษีปลายน้ำ จีนลดเหลือ 0% ผ่านแม่น้ำโขง
จัดลำดับ 10 มาตรการตามคะแนนและความพร้อม

อัตราภาษีสหรัฐฯ ต่อสินค้ายาง · ภาระตกอยู่ที่ผลิตภัณฑ์แปรรูป
กลุ่มสินค้าก่อน
20 ม.ค. 2568
หลัง
7 ส.ค. 2568
ผลต่อไทย
ยางล้อHS 4011–40134%29%ยางล้อ ≈ 34% ของมูลค่าส่งออกยางไทย · tail risk AD/CVD
ถุงมือยางHS 401512 / 40151914%33%มาเลเซีย 56% เทียบไทย 22% ในตลาดสหรัฐฯ · ราคายางในประเทศ −10 บาท/กก. หลัง เม.ย. 2568
ยางแท่ง · น้ำยางข้น0%0%ยกเว้นจาก Reciprocal Tariff · ไทยส่งไปสหรัฐฯ เพียง 7% และ 1%

จีน: ภาษี 20% เหลือ 0% ผ่านแม่น้ำโขง เมื่อซื้อจากสถาบันที่ขึ้นทะเบียน กยท.

ก.ย. 2568 นำร่อง 400 ตัน→ต.ค. 2568 เชิงพาณิชย์ 2,400 ตัน→เป้า >10,000 ตัน/เดือน
คะแนนความสำคัญเทียบความพร้อมของไทย 10 มาตรการ
● เขียว โอกาส · ● แดง ความเสี่ยง · ● เทา เฝ้าระวัง · คะแนน = ความเปิดรับ + ความแน่นอน + ความเร่งด่วน (เต็ม 15) · R = ความพร้อมของไทย
03
59%
ของปริมาณส่งออกครึ่งแรกปี 2569 ไปจีน
แต่คิดเป็นเพียง 32.1% ของมูลค่าส่งออก
03
ส่วนที่ 03 / 06
สมดุลอุปสงค์-อุปทาน
ยางพารา และภูมิรัฐศาสตร์
ต่ออุตสาหกรรมยางพารา
ปริมาณขยายตัวในยางผสมราคาต่ำ แต่มูลค่าอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ
และราคาถูกกำหนดจากนอกประเทศ
  • ตลาดยางโลกขาดดุลปีที่ 6 แต่พยากรณ์ผลผลิตไทยสองแหล่งต่างกัน 0.29 ล้านตัน
  • ส่งออกครึ่งแรกปี 2569: จีนเด่นปริมาณ สหรัฐฯ เด่นมูลค่า
  • ราคาหน้าสวนถูกกำหนดจากตลาดปลายทาง ผ่านค่าเงินและราคาน้ำมัน

อุปสงค์สูงกว่าอุปทานเป็นปีที่ 6 ขาดดุล 0.10 ล้านตัน
แต่พยากรณ์ผลผลิตไทยสองแหล่งต่างกัน 0.29 ล้านตัน

ตลาดตึงตัวช่วยพยุงราคา แต่แผนวิสาหกิจ กยท. ตั้งสมมติฐานผลผลิตต่ำกว่า สศก. ผลผลิตจริงปี 2569 จึงเป็นจุดตรวจสอบรายได้ CESS และปริมาณยางเข้าตลาด

การผลิตและการใช้ยางธรรมชาติของโลก 2564–2569 (ล้านตัน) โดยความต้องการใช้สูงกว่าผลผลิตทุกปี
ส่วนต่างระหว่างการใช้กับการผลิต แคบลงเหลือ 0.10 ล้านตันในปี 2569 ตลาดจึงอ่อนไหวต่อสภาพอากาศ โรคใบร่วง และนโยบายของประเทศผู้ผลิต
4.87ล้านตัน
สศก. พยากรณ์ 2569 · +2.1% จากปี 2568 · ผลผลิตต่อไร่ 217.7 กก.
4.238ล้านตัน
แบบจำลอง System Dynamics แผนวิสาหกิจ กยท. ปี 2573 · ลดต่อเนื่องจาก 4.664 (2568)
≈0.29 ล้านตัน
ส่วนต่างพยากรณ์ 2569
หากเป็นไปตาม สศก. รายได้ CESS และปริมาณยางเข้าตลาดจะสูงกว่าสมมติฐานของแผน · หากเป็นไปตาม SD สะท้อนข้อจำกัดการปลูกแทนและแรงงานกรีดที่ลดกำลังผลิตระยะยาว

ส่งออกครึ่งแรกปี 2569 รวม 2.50 ล้านตัน
จีนเด่นปริมาณ (59%) สหรัฐฯ เด่นมูลค่า (19.7%)

สินค้าที่เติบโตเร็วที่สุดคือยางผสม ซึ่งมูลค่าต่อหน่วยต่ำสุดและพึ่งพาจีนเกือบทั้งหมด KPI การกระจายตลาดจึงต้องวัดสัดส่วน "มูลค่า" ไม่ใช่เพียงปริมาณ

ส่งออกรายชนิด ม.ค.–มิ.ย. 2569: ปริมาณ (พันตัน) · สัดส่วน · มูลค่าต่อหน่วย
รวมทุกชนิด 2,495.3 พันตัน · 354.6 พันล้านบาท · ปริมาณส่งออกลดจากจุดสูงสุด 4.51 ล้านตัน (2561) เหลือ 3.86 ล้านตัน (2567)
สัดส่วนปริมาณเทียบมูลค่า (%)
ปริมาณมูลค่า
99.8%
ยางผสมส่งไปจีน
ของยางผสมส่งไปจีน · 940,138 ตัน มูลค่า 58,137 ล้านบาท · ขึ้นกับพิกัด 4002.80 ของจีน
69,906 ล้านบาท
สหรัฐฯ H1/2569
จากปริมาณเพียง 119,277 ตัน ซึ่งเป็นสินค้าแปรรูปขั้นสูง จึงอ่อนไหวต่อค่าระวางและมาตรการการค้ามากกว่า

มูลค่าเกิดที่ปลายน้ำ: ยางล้อ 120.6 พันล้านบาท (34% ของมูลค่าส่งออก) · 4 ผลิตภัณฑ์ 4 บทบาท

กยท. ควรบริหาร "โครงสร้างผลิตภัณฑ์" แทนการเร่งปริมาณ วัดผลด้วยมูลค่าต่อกิโลกรัมควบคู่กับปริมาณส่งออก และส่งเสริมแต่ละผลิตภัณฑ์ด้วยแนวทางต่างกัน

มูลค่าส่งออก ม.ค.–มิ.ย. 2569 (พันล้านบาท) โดยยางล้อมากกว่ายางผสมทั้งหมวดกว่า 2 เท่า
ยางผสม · ฐานปริมาณและรายได้ปัจจุบัน
รักษาตลาด บริหารความเสี่ยงพิกัด
≈×3ใน 9 ปี

จาก 511,349 ตัน (2558) เป็น 1.53 ล้านตัน (2567) ผลจากเงื่อนไขภาษี/พิกัดของจีน ไม่ใช่มูลค่าเพิ่ม

ยางแท่ง · ยกคุณภาพสู่ยางล้อและ EV
มาตรฐาน ความสม่ำเสมอ Traceability
−23.5% ไตรมาสแรก 2569

ต่อยอดสู่ห่วงโซ่ยางล้อมาตรฐานสูงและตลาด EV ด้วยการตรวจสอบย้อนกลับ · ญี่ปุ่นยังเป็นตลาดหลักของยางเกรดสูง

น้ำยางข้น · อุตสาหกรรมการแพทย์
มูลค่าต่อหน่วยสูงสุด 78.7 บาท/กก.
×3.2ใน 5 ปี

การใช้ยางผลิตถุงมือในประเทศ จาก 64,378 ตัน (2563) เป็น 204,765 ตัน (2568) · ตลาดปลายทางต่างจากยางล้อ กระจายความเสี่ยงได้

ยางแผ่นรมควัน · ตลาดเฉพาะกลุ่ม
จากปริมาณสู่สินค้าพรีเมียม
337,027ตัน (2567)

ลดจาก 719,170 ตัน (2560) ควรมุ่งตลาดเฉพาะที่ยอมรับราคาสูงขึ้น ไม่ใช้แนวทางส่งเสริมเดียวกับสินค้าที่เน้นปริมาณ

จีนเด่นปริมาณ สหรัฐฯ เด่นมูลค่า ค่าเงินกำหนดส่วนต่าง
ล้วนกระทบราคาหน้าสวน

ราคาหน้าสวนถูกกำหนดจากนอกประเทศเป็นลำดับขั้น กยท. ควรเปลี่ยนจากการติดตามยอดส่งออกและราคาเฉลี่ยย้อนหลัง ไปสู่ตัวชี้วัดนำ 5 ตัวสำหรับครึ่งหลังปี 2569

01 · ตลาดปลายทาง
อุปสงค์ปลายทาง
+0.7%
  • การใช้โลก 15.41 ล้านตัน · จีน 45.7% เพิ่ม 1.2%
02 · โรงงาน
โรงงานยางล้อ
~40%
  • ยางล้อจีนส่งออกราว 40% ภาษีปลายทางจึงย้อนมากระทบไทย
03 · คำสั่งซื้อ
วัตถุดิบจากไทย
59.0%
  • ของปริมาณส่งออกไปจีน · จีนกระจายแหล่งซื้อผ่าน CLMV
04 · ราคาส่งออก
ราคา FOB
33.081บาท/USD
  • บาทแข็งค่าจาก 33.814 ≈2.2% รายรับเงินบาทผู้ส่งออกจึงลดลง
05 · ตลาดกลาง กยท.
ราคาตลาดกลาง
79.62บาท/กก.
  • ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ม.ค.–ส.ค. 2569 · เริ่มลดจากจุดสูงสุด มิ.ย.
06 · เกษตรกร
ราคาหน้าสวน
−15–17บาท/กก.
  • ยางก้อนถ้วยต่ำกว่ายางแผ่น ได้รับผลกระทบท้ายสุด
ปัจจัยขยาย/ลดผลกระทบแต่ละช่วง อัตราแลกเปลี่ยน USD/THBราคาน้ำมันและค่าระวาง · เบรนต์ +39% ใน 3 สัปดาห์ (ก.ค. 2569)ความเชื่อมั่นของตลาด · ส่งผลก่อนการค้าจริง (กรณีภาษีสหรัฐฯ 2568)

5 ตัวชี้วัดนำ ครึ่งหลังปี 2569 ซึ่งสะท้อนแรงกดดันได้เร็วกว่าข้อมูลผลผลิตหรือรายได้เกษตรกรรายปี

01ภาวะอุตสาหกรรมยางล้อและมาตรการการค้าในตลาดหลัก
02สัดส่วนยางไทยในการนำเข้าของจีน (ยางผสม พิกัด 4002.80)
03อัตราแลกเปลี่ยน USD/THB และช่วงเวลาระบายสต็อก
04ราคาน้ำมันและค่าระวาง ปัจจัยร่วมของทั้งสามด้าน
05ส่วนต่างราคาระหว่างผลิตภัณฑ์ยางสำคัญ (61.8 เทียบ 78.7 บาท/กก.)
04
04
ส่วนที่ 04 / 06
ห่วงโซ่อุปทาน
จากการลงพื้นที่จริง
คอขวดที่แท้จริงคือเอกสารสิทธิ์ แรงจูงใจ ตลาดรองรับ และเงินทุน
มิใช่ความไม่พร้อมของคนในอุตสาหกรรม
ข้อมูลที่นำเสนอเป็นสถานการณ์ปัจจุบันที่ได้จากการลงพื้นที่จริง
12ราย
8จังหวัด
4ภูมิภาค
กลุ่มเกษตรกร 4สหกรณ์ 4ผู้ประกอบการเอกชน 4 ต้นน้ำ 5 · กลางน้ำ 6 · ปลายน้ำ 1

โจทย์คือรักษามูลค่าไว้ในประเทศ มิใช่เพิ่มผลผลิต

ใช้ในประเทศเพียงราว 24% ของผลผลิต (ฐาน 2567) มูลค่าส่วนใหญ่จึงเกิดหลังจากยางออกจากห่วงโซ่ที่ กยท. กำกับดูแลได้

01 · ผลิต (ต้นน้ำ)
เกษตรกรขึ้นทะเบียน
1,270,426ราย
  • พื้นที่กรีดได้ 22.32 ล้านไร่
  • ผลผลิต 2569 4.87 ล้านตัน (+2.1%)
02 · รวบรวม
ตลาดกลาง กยท.
6แห่ง
  • สถาบันเกษตรกร 1,091 กลุ่ม · สมาชิก 316,481 ราย
  • ลานรับซื้อเอกชน · พ่อค้าคนกลาง · ประมูลระดับกลุ่ม
03 · แปรรูป (กลางน้ำ)
ผู้ประกอบกิจการยาง
857แห่ง
  • ยางแท่งและยางผสม ≈ 3 ใน 4 ของผลผลิตแปรรูป 2567
  • แผ่นรมควันหดตัว กว่าครึ่ง ใน 10 ปี
04 · ส่งออก / ใช้ในประเทศ
ส่งออก ม.ค.–มิ.ย. 2569 (เนื้อยางแห้ง)
2.50ล้านตัน
  • มูลค่า 354,578 ล้านบาท · จีน 59% ของปริมาณ
  • ใช้ในประเทศ ≈ 24% ของผลผลิต (ฐาน 2567)
พบจากพื้นที่ · ต้นน้ำ

4 ใน 5 กลุ่มเลือกยางก้อนถ้วยแทนยางแผ่น ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา แรงงาน และฝน วัตถุดิบจึงเข้าสายยางแท่ง

พบจากพื้นที่ · กลางน้ำ

ตลาดกลาง กยท. เป็นช่องทางหลักหรือช่องทางเดียวของผู้ให้ข้อมูลครึ่งหนึ่ง เนื่องจากตาชั่งและการจ่ายเงินเชื่อถือได้

พบจากพื้นที่ · ปลายน้ำ

ผู้แปรรูปผลิตภัณฑ์รายเดียวที่พบ (Smile Rubber) ชี้ว่าความเสี่ยงสูงสุดคือพ่อค้าคนกลางตัดราคา มิใช่คู่แข่ง

ต้นน้ำเผชิญคอขวด 3 จุดที่เกษตรกรควบคุมไม่ได้:
แรงงาน โรคใบร่วง เอกสารสิทธิ์

แรงงานแพงและหายากทำให้เกษตรกรหันไปผลิตยางก้อนถ้วย แผ่นรมควันจึงลดลงกว่าครึ่ง

คอขวด 1 · แรงงานกรีด
141ไร่/คน
คนกรีดขึ้นทะเบียน 157,810 ราย ต่อพื้นที่กรีดได้ 22.32 ล้านไร่
คอขวด 2 · โรคและภูมิอากาศ
980,869ไร่
โรคใบร่วงชนิดใหม่ 15 จังหวัด (ก.ค. 2569) · ปริมาณฝน 2569 ต่ำกว่าปกติ −10%
คอขวด 3 · พิสูจน์แหล่งที่มา
4.80ล้านไร่
ไม่มีเอกสารสิทธิ์ · อีก 6.4 ล้านไร่ อยู่นอกทะเบียน
ผลผลิตยางแปรรูป 2558–2567 (ตัน): แผ่นรมควันลดลงกว่าครึ่ง · ยางผสมเพิ่มเกือบ 3 เท่า

เสียงจากต้นน้ำ · 5 สถาบันเกษตรกร

ลงพื้นที่ · 5 จังหวัด · 3 ภูมิภาค
  • กลุ่มเกษตรกรบางบุตร ระยอง เป็นรายเดียวที่รวบรวมน้ำยางสด · EUDR เชิงรุกที่สุด เพราะ กยท. ช่วยตรวจเอกสารและมีแรงจูงใจด้านราคา
  • กลุ่มยางพาราหัวดอน อุบลราชธานี ผลักดันสมาชิกกว่า 200 จาก 300 ราย เข้าระบบ EUDR · แต่มองว่า FSC "ยากเกิน"
  • กลุ่มเกษตรกรสวนยางตำบลกันทรอม ศรีสะเกษ มีสมาชิกกว่า 70% อยู่ในระบบ EUDR แต่หยุดจัดการเอกสาร เพราะส่วนต่างราคาไม่คุ้มกับภาระ
  • กลุ่มเกษตรกรพวงศิริ พิษณุโลก ต้องการเข้า EUDR แต่ติดปัญหาเอกสารสิทธิ์ · ขอเครื่องวัด DRC แบบจุ่มอ่านค่าทันที
  • สหกรณ์ดอยปุย เชียงราย ติดปัญหาเอกสารสิทธิ์เช่นกัน · กำลังสูญเสียสมาชิกให้ "ลานธรรมชาติ" ที่ไร้กฎเกณฑ์และภาระเอกสาร
4 ใน 5 เลือกก้อนถ้วยเอกสารสิทธิ์เป็นอุปสรรค 4 ใน 5 รายทั้ง 5 รายไม่คิดเลิกปลูกยาง

ตลาดกลาง กยท. ยังเป็นช่องทางหลัก
แต่ลานเอกชนไร้กฎเกณฑ์กำลังดึงสมาชิกออกจากระบบ

กยท. ต้องกำกับดูแลให้กติการะหว่างสถาบันเกษตรกรกับลานเอกชนเท่าเทียมกัน

ตลาดกลาง กยท. 100%
สหกรณ์ฯ ช้างคู่พัฒนา
จ่ายเงินเชื่อถือได้ จึงเลิกขายให้เอกชน
แบ่งขาย
รายย่อยสุราษฎร์ฯ · นาบอน
รายย่อย: ตลาดกลาง 100% (2568) → อย่างละครึ่ง (2569) · นาบอน: ตลาดกลางและชุมนุมสหกรณ์
ขายเอง · ส่งออกเอง
สหกรณ์ฯ บ่อทอง · TTN Rubber
บ่อทอง ส่งออกจีน · TTN ในประเทศและจีน–ไต้หวันอย่างละครึ่ง
นอกระบบมาตรฐาน
จงปองลานยาง
รับซื้อทุกกลุ่ม ไม่ตรวจสอบย้อนกลับ
พ่อค้าคนกลาง · ลานเอกชน
ปรากฏใน 5 ราย
กดราคา โกงตาชั่ง · "ลานธรรมชาติ" ไร้เอกสาร ดึงสมาชิกออก
ผู้ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ · เหตุผลที่เลือกEUDR · มาตรฐาน · ทดลองแล้วถอนตัวนัยต่อ กยท.
สหกรณ์ฯ บ่อทองชลบุรี · รายใหญ่ที่สุดยางแท่ง STR20 จากก้อนถ้วย · พนักงานกว่า 100 คนเคยเข้าร่วม ไม่พบผู้ซื้อจริง · FSC เคยได้ +1 บาท/กก.ต้นทุนการเงินโครงการ 6.25%
รายย่อยแผ่นรมควันสุราษฎร์ธานีแผ่นรมควัน · ปฏิเสธน้ำยางข้น (ลงทุนสูง ไม่มีคู่ค้า)เข้า 2567–2568 แล้วยุติ เพราะส่วนต่างราคาไม่จูงใจสิทธิ์ขาย EUDR อยู่ที่ กยท. แต่ภาระเอกสารตกกับผู้ประกอบการ
สหกรณ์ฯ ช้างคู่พัฒนาสุราษฎร์ธานีแผ่นรมควันจากน้ำยางสมาชิก · ฐานะมั่นคงเข้าร่วม แต่ไม่เคยได้ขาย · 121 ครัวเรือนหวาดระแวงการขอโฉนดเชิงบวก: อุดหนุนสม่ำเสมอ · ขอฟื้นการอบรมกรรมการที่ขาดช่วง
สหกรณ์การเกษตรนาบอนนครศรีธรรมราชแผ่นรมควัน (มีโรงรม) · สินเชื่อเป็นธุรกิจหลักสมาชิก ~200 ราย เข้าระบบ โดย กยท. ช่วยตรวจ · FSC ยุติ ปริมาณไม่ถึงสิ่งสนับสนุนไม่ตรงคำขอ · ขอให้แก้ปัญหาราคาผันผวนก่อน
TTN Rubberพิษณุโลก · ส่งออกก้อนถ้วย → แผ่นรมควัน · แรงงานข้ามชาติ ~80% (MOU 18,000–20,000 บาท/คน)รายเดียวที่ขายในระบบได้จริง · พัฒนา traceability ของตนเองการขออบรมทางการใช้เวลา 3 ปี · กำลังขอ GMP
จงปองลานยางเชียงรายยางเครปจากก้อนถ้วย · รับซื้อทุกคุณภาพอยู่นอกระบบโดยสิ้นเชิงมอง กยท. เป็นคู่แข่งทางการค้า จึงไม่เคยขอรับการสนับสนุน

แต่ละภูมิภาคสวนทางกัน: ใต้ถดถอย เหนือ–อีสานขยายตัว
นโยบายเดียวจึงใช้ทั่วประเทศไม่ได้อีกต่อไป

กยท. ต้องรักษาฐานการผลิตเดิมในภาคใต้ พร้อมวางมาตรฐาน โครงสร้างพื้นฐาน และตลาดรองรับในภาคเหนือ–อีสานที่ระบบยังตามไม่ทันการเติบโต

ภาคใต้ ↓ ถดถอย

แรงงานกรีดหายาก ไร้ผู้สืบทอด หันไปปลูกปาล์มน้ำมันและทุเรียน · ยังคงเป็นฐานน้ำยางสดและแผ่นรมควัน

เหนือ – อีสาน ↑ ขยายตัว

เปลี่ยนจากพืชไร่มาปลูกยางต่อเนื่อง จนบางพื้นที่กล้ายางไม่พอจำหน่าย · ผลิตก้อนถ้วยเป็นหลัก · ระบบยังตามไม่ทัน

กลาง – ตะวันออก → ทรงตัว

ยางคงอยู่เพราะข้อจำกัดการเปลี่ยนการใช้ที่ดิน มากกว่าความน่าดึงดูดของยางเอง

6ราย
เอกสารสิทธิ์กีดขวาง EUDR/FSC · 3 ใน 4 ภูมิภาค
3ราย · 2 ภูมิภาค
บทบาทซ้อนทับของ กยท. (ผู้สนับสนุน ผู้กำกับ และผู้ดำเนินการตลาดกลาง)
≥6ราย
ไร้ผู้สืบทอดอาชีพ · มากที่สุดในภาคใต้
ปลายน้ำ · ระยอง
บ้านเนินสว่าง / Smile Rubber
2559 กลุ่มเกษตรกร → สหกรณ์ → บริษัท 2569

หมอนยางพารา ~300 ใบ/วัน · อยู่ในตลาดเฉพาะกลุ่ม จึงไม่กังวลคู่แข่ง · ความเสี่ยงสูงสุด: พ่อค้าคนกลางตัดราคา · ขอให้ กยท. ดำเนินนโยบายให้ได้ตามที่ประกาศ

ผู้ให้ข้อมูลปลายน้ำรายเดียว จึงตีความเป็นกรณีศึกษา

ความต้องการของผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทาน

  • เสถียรภาพราคาและกำกับตลาดท้องถิ่น เช่น ตรวจตาชั่งลานเอกชน กติกาเท่าเทียม
  • แรงจูงใจมาตรฐานสากล โดยแก้ปัญหาเอกสารสิทธิ์ ไม่ให้ผู้ประกอบการรับภาระตรวจแปลง
  • เครื่องมือและระบบ เช่น เครื่องวัด DRC หน้างาน เอกสาร/ใบเสร็จออนไลน์
  • อบรมเชิงเทคนิค เช่น ลดต้นทุนรมควัน คัดเกรด แปลงสาธิตเอทิลีน
  • แปรรูปและตลาดใหม่ เช่น ทุนแบบขั้นบันได โรงรมควันกลาง
  • ระบบแรงงาน เช่น MOU ต้นทุนต่ำลง และพัฒนาฝีมือกรีดในประเทศ
05
5
วาระหลัก เสริมยุทธศาสตร์เดิม 4 ข้อ
ตัวชี้วัดใหม่ 8 ตัว วัดรายเดือนจาก DSS
05
ส่วนที่ 05 / 06
ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์
Verified-Value Leader
คงยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ไว้
เปลี่ยนเพียงตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่กำกับทุกยุทธศาสตร์
  • ช่องว่าง 6 จุดของแผนปัจจุบัน
  • วาระหลัก 5 โครงการ เชื่อมยุทธศาสตร์เดิม พร้อม KPI ที่วัดได้รายเดือน
  • 3 ฉากทัศน์ และสัญญาณเตือน
F1 F2 F3 F4 F5

เปลี่ยนเพียงตำแหน่งยุทธศาสตร์ เพราะกติกาโลกให้ผลตอบแทนแก่สินทรัพย์ที่ กยท. มีอยู่แล้ว

เมื่อภาษีเกือบเป็นศูนย์ เกณฑ์แข่งขันจึงเปลี่ยนเป็นการพิสูจน์แหล่งที่มา

ตำแหน่งยุทธศาสตร์เดิม · แผนวิสาหกิจ พ.ศ. 2566–2570
ผู้ผลิตและส่งออกยางปริมาณมากของโลก
ตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่เสนอ
ผู้ขายยางที่พิสูจน์แหล่งที่มาได้
รายใหญ่ที่สุดของโลก
Verified-Value Leader

นิยาม: ยางไทยทุกตันที่ออกสู่ตลาดโลกต้องพิสูจน์ได้ว่า มาจากแปลงใด ผลิตอย่างไร และผ่านมาตรฐานใด เพื่อเปลี่ยนข้อบังคับของกติกาโลกให้เป็นส่วนเพิ่มที่ตลาดต้องจ่าย

1%
EU จัดให้ไทยเป็นผู้ผลิตหลักรายเดียวที่มีสถานะความเสี่ยงต่ำภายใต้ EUDR จึงสุ่มตรวจเพียง 1%
0%
จีนยกเว้นภาษีเหลือ 0% ผ่านช่องทางแม่น้ำโขง โดยผูกเงื่อนไขกับทะเบียน กยท. โดยตรง
2.3ล้านตัน
ยางไทยที่คาดว่าผ่านเกณฑ์ EUDR สูงสุดในโลก (โกตดิวัวร์ 1.0 · อินโดนีเซีย 0.3 · เวียดนาม 0.21)
ทั้งสามให้ผลตอบแทนแก่สินทรัพย์เดียวกัน
1,270,426ราย
ระบบทะเบียนเกษตรกร กยท.เป็นข้อได้เปรียบที่ลอกเลียนได้ยากและใช้เวลานาน เพราะทะเบียน ตลาดกลาง และมาตรฐาน มกยท. เป็นโครงสร้างที่คู่แข่งไม่มี

ช่องว่าง 6 จุดของแผนปัจจุบัน

1ตลาดกระจุกตัวส่วนที่ 3
59% ของปริมาณส่งออกไปจีน
ยางผสม (สินค้าส่งออกอันดับ 1 เชิงปริมาณ) ส่งไปจีนถึง 99.8%
ในแผนไม่มีตัวชี้วัดการกระจายตลาดในยุทธศาสตร์ใด
2สินค้าโน้มไปทางส่วนต่างต่ำส่วนที่ 3
61.8บาท/กก. ยางผสม เทียบน้ำยางข้น 78.7
ยางผสมขยายตัวเกือบ 3 เท่าใน 10 ปี ทั้งที่ราคาต่อหน่วยต่ำสุด เพราะภาษีเป็นแรงจูงใจหลัก มิใช่สัญญาณราคา
ในแผนตัวชี้วัด 600,000 ล้านบาท วัดขนาดยอดส่งออก แต่ไม่วัดคุณภาพ
3แรงงานกรีดส่วนที่ 4
141ไร่ต่อคนกรีด
เนื้อที่กรีด 22.32 ล้านไร่ ต่อคนกรีดขึ้นทะเบียน 157,810 ราย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ยางแผ่นหดตัวกว่าครึ่งใน 10 ปี
ในแผนไม่มีตัวชี้วัดแรงงานกรีด
4สิทธิทางการค้าที่ยังไม่ได้ใช้ส่วนที่ 2
1.26% อัตราการใช้สิทธิ RCEP
เทียบ ACFTA ที่ใช้สิทธิถึง 94.33% ทั้งที่สิทธิ RCEP มีอยู่แล้ว
ในแผนไม่ปรากฏเป็นเป้าหมาย
5ฐานมาตรฐานยั่งยืนยังแคบส่วนที่ 2
81,158ไร่ รับรอง FSC/PEFC
ราว 0.4% ของเนื้อที่กรีด 22.32 ล้านไร่
ในแผนตัวชี้วัด “35 แห่งสะสม” นับจำนวนแห่ง จึงบรรลุได้แม้ฐานเชิงพื้นที่ยังเล็กมาก
6Traceability ขาดเจ้าภาพหลักส่วนที่ 2
5กติกา (อย่างน้อย) ที่ใช้เงื่อนไขร่วมกัน
EUDR · จีน 0% แม่น้ำโขง · FSC/PEFC · OECD · T-VERs
ในแผนกระจายอยู่ในหลายกลยุทธ์ ไม่มีตัวชี้วัดระดับองค์กร

วาระหลัก 5 โครงการ เสริมยุทธศาสตร์เดิม 4 ข้อ
ทุกตัวชี้วัดคำนวณจากชุดข้อมูลรายเดือน

คงโครงยุทธศาสตร์ทั้งสี่ไว้ โดยวาระหลักเป็นแกนร่วมที่มีเจ้าภาพ กำหนดเวลา และตัวชี้วัด คลิกการ์ด หรือกดลูกศรขวา ดูตัวชี้วัด

F1
แพลตฟอร์มพิสูจน์แหล่งที่มาแห่งชาติ
รวมทะเบียน พิกัดแปลง และเอกสาร Due Diligence ไว้ที่เจ้าภาพเดียว แก้ปัญหาคอขวด 4.80 ล้านไร่ ก่อน 30 ธ.ค. 2569
รวมทะเบียน พิกัดแปลง เอกสาร Due Diligence และการเชื่อม EUDR ไว้ที่เจ้าภาพเดียว แก้ปัญหาคอขวด 4.80 ล้านไร่ไร้เอกสารสิทธิ์ ก่อน 30 ธ.ค. 2569 ด้วยเกณฑ์รายย่อยตาม Reg. (EU) 2025/2650
ตัวชี้วัดเสนอผลผลิตที่พิสูจน์พิกัดแปลงได้ ราว 48% → ≥75% ภายในปี 2571 (เสนอ)
ภายใต้ ย.1 อุตสาหกรรมทั้งระบบ และ ย.3 ดิจิทัล
ตัวชี้วัด ▸
F2
ปรับสมดุลตลาด
ใช้สิทธิที่มีอยู่: อบรมถิ่นกำเนิด RCEP ถึงระดับสถาบันเกษตรกร · ขยายข้อตกลงจีน 0% ช่องทางแม่น้ำโขง
ใช้สิทธิที่มีอยู่: อบรมถิ่นกำเนิด RCEP ถึงระดับสถาบันเกษตรกร (ต้นทุนต่ำสุด) · ขยายข้อตกลงจีน 0% ช่องทางแม่น้ำโขง จากหลักพันตันเป็นเป้าเสนอเกินหมื่นตัน/เดือน และดึงเกษตรกรเข้าสู่ F1
ตัวชี้วัดเสนอปริมาณส่งออกไปตลาดที่ไม่ใช่จีน 41% → ≥45% · RCEP 1.26% → ≥50% ภายในสองปี (เสนอ)
ภายใต้ ย.1
ตัวชี้วัด ▸
F3
ปรับโครงสร้างสินค้า
ใช้แรงจูงใจแทนการสั่งการ โดยเน้นน้ำยางข้น กลุ่มการแพทย์ แผ่นรมควันพรีเมียม และ STR20 สำหรับยางล้อ EV
ใช้แรงจูงใจแทนการสั่งการ โดยเน้นน้ำยางข้นและกลุ่มการแพทย์ (78.7 บาท/กก. · ถุงมือในประเทศ ×3.2 ในห้าปี) ยางแผ่นรมควันพรีเมียม มกยท. และ STR20 สำหรับยางล้อ EV
ตัวชี้วัดเสนอราคาส่งออกเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักต่อ กก. · สัดส่วนน้ำยางข้นและยางพรีเมียมในสินค้าส่งออก (เสนอ)
ภายใต้ ย.1 และ ย.2 นวัตกรรม
ตัวชี้วัด ▸
F4
วาระแรงงานกรีดและผลิตภาพ
141 ไร่ต่อคน เป็นข้อจำกัดแฝงของทุกยุทธศาสตร์ แก้ด้วยเทคโนโลยีช่วยกรีด จ้างกรีดรวมแปลง และยกผลิตภาพ
141 ไร่ต่อคน เป็นข้อจำกัดแฝงของทุกยุทธศาสตร์ แก้ด้วยเทคโนโลยีช่วยกรีด จ้างกรีดรวมแปลงผ่านสถาบัน และยกผลิตภาพให้ใกล้ระดับอีสาน 233.4 กก./ไร่ (ประเทศ 217.7)
ตัวชี้วัดเสนอคนกรีดขึ้นทะเบียนเพิ่มสุทธิต่อปี · ผลผลิตเฉลี่ย ≥225 กก./ไร่ ภายในปี 2572 (เสนอ)
ภายใต้ ย.1 และ ย.2
ตัวชี้วัด ▸
F5
จาก CESS สู่รายได้จากความน่าเชื่อถือ
บริการรับรองและเอกสารตรวจสอบสถานะ · พรีเมียม EUDR · T-VERs จากสวนยาง โดยใช้แพลตฟอร์ม F1
บริการรับรองและเอกสารตรวจสอบสถานะ · พรีเมียม EUDR (เคยเกิดจริง 3.86 บาท/กก. ปี 2567 · 297,703 ตัน) · T-VERs จากสวนยาง 22.32 ล้านไร่ โดยใช้แพลตฟอร์ม F1
ตัวชี้วัดเสนอสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ CESS ต่อรายได้รวม (เสนอ) จากเดิมวัดกำไร 31.48 ล้านบาท
ภายใต้ ย.4 ความมั่นคงทางการเงิน
ตัวชี้วัด ▸
ยุทธศาสตร์ 1 อุตสาหกรรมทั้งระบบF1F2F3F4 ยุทธศาสตร์ 2 นวัตกรรมF3F4 ยุทธศาสตร์ 3 องค์กรแห่งความรู้ สมรรถนะสูง ยุทธศาสตร์ 4 การเงินองค์กรF5 มาตรฐานยั่งยืน: จาก "นับแห่ง" เป็น "นับไร่"81,158 → ≥300,000 ไร่ ภายในปี 2573 (เสนอ)

ใช้ได้ในทั้ง 3 ฉากทัศน์ มีสัญญาณเตือนรายเดือน
และเริ่มได้ใน 12 เดือน

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นใด วาระทั้งห้ายังใช้ได้

ฉากทัศน์และวาระที่ใช้รับมือในแต่ละกรณี
F1
F2
F3
F4
F5
ฉากทัศน์ที่ 1 อุปสงค์จีนชะลอแรงจีน 59% ของปริมาณ · ยางผสม 99.8% โดย F2 กระจายตลาด/RCEP เป็นกลไกหลัก · F3 ลดการพึ่งพาสินค้าที่ผูกกับจีนที่สุด
ฉากทัศน์ที่ 2 EUDR เลื่อนอีกครั้งเลื่อนแล้ว 2 ครั้ง พรีเมียมหายไปทุกครั้ง แต่ F1 ดำเนินต่อโดยไม่อิงวันบังคับใช้ เพราะรองรับจีน 0% · FSC · OECD · T-VERs พร้อมกัน
ฉากทัศน์ที่ 3 สหรัฐฯ เปิด AD/CVD ยางล้อยางล้อ 34% ของมูลค่าส่งออกยางรวม โดย F3/F5 ลดการกระจุกตัวเชิงมูลค่า · เตรียมแฟ้มต้นทุน-ถิ่นกำเนิดล่วงหน้า
สัญญาณเตือนรายเดือนจากการเฝ้าติดตาม
1
ทะเบียน/เอกสารสิทธิ์ไม่ทันกำหนดบังคับใช้ EUDR
พื้นที่พิสูจน์พิกัดได้ต่อเดือน ต่ำกว่าอัตราที่จะถึงเป้า 75% (เสนอ)
2
ราคายางถูกกดจากภาษี/อุปสงค์
ราคาตลาดกลางรายวันหลุดกรอบ เช่น เคยลดลง 10 บาท/กก. หลังภาษีสหรัฐฯ เม.ย. 2568
3
การใช้สิทธิ RCEP ทรงตัว
มูลค่าขอใช้สิทธิรายไตรมาส (กรมการค้าต่างประเทศ)
4
โรคใบร่วง/ภูมิอากาศกดผลผลิต
พื้นที่ระบาดรายเดือน (ปัจจุบัน 0.98 ล้านไร่ ใน 15 จังหวัด)
ปฏิทินขับเคลื่อน 12 เดือนแรก (เสนอ)
ไตรมาส 1รับรอง · ตั้งเจ้าภาพ
รับรองตำแหน่งยุทธศาสตร์และวาระหลัก · ตั้งเจ้าภาพ F1
ไตรมาส 2ทะเบียน · RCEP
แก้คอขวดทะเบียน (F1) โดยจูงใจด้วยข้อตกลงแม่น้ำโขง (F2) · เปิดหลักสูตรถิ่นกำเนิด RCEP รุ่นแรก
ไตรมาส 3แรงจูงใจ · นำร่อง
ทบทวนแรงจูงใจโครงสร้างสินค้า (F3) · นำร่องบริการเอกสารตรวจสอบสถานะเชิงพาณิชย์ (F5)
ไตรมาส 4ประเมินก่อน 30 ธ.ค. 2569
ประเมินรอบแรกด้วยตัวเลขจริงก่อนกำหนดบังคับใช้ EUDR · ปรับแผนเข้ารอบทบทวน SE-AM ปีถัดไป
ค่าเป้าหมายที่กำกับคำว่า “เสนอ” เป็นข้อเสนอเพื่อการพิจารณา มิใช่ข้อมูลทางการ
06
4
ประเทศ · 7 มาตรการใน 16 เดือน
และ 1 แผนชาติ · พ.ค. 2568–ส.ค. 2569
06
ส่วนที่ 06 / 06
นโยบายและยุทธศาสตร์
ยางพาราต่างประเทศ
คู่แข่งและคู่ค้าออกมาตรการพร้อมกันในปี 2568–2569
โดยลงทุนในเรื่องเดียวกัน คือ
ผลิตภาพ ราคาเกษตรกร และการตรวจสอบย้อนกลับ
  • มาเลเซียบังคับตรวจสอบย้อนกลับด้วยกฎหมาย และรัฐรับซื้อโดยตรงจากเกษตรกร
  • โกตดิวัวร์ปฏิรูปราคาให้เกษตรกร กำกับผู้ซื้อ และมุ่งเป็นศูนย์กลางปลายน้ำของแอฟริกาตะวันตก
  • จีนลงทุนด้านผลิตภาพสวนยาง ส่วนสหรัฐฯ เก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดยางล้อไทย

7 มาตรการใน 16 เดือน และ 1 แผนชาติ ของคู่แข่งและคู่ค้า
มุ่งเป้าเดียวกัน คือ ผลิตภาพ ราคาเกษตรกร และการตรวจสอบย้อนกลับ

มาเลเซียบังคับตรวจสอบย้อนกลับก่อนไทย และโกตดิวัวร์ปฏิรูปราคาหน้าสวน คู่แข่งจึงเป็นผู้กำหนดเกณฑ์แข่งขันใหม่

จีน ผลิตภาพ · ภูมิอากาศ
  • 25 ก.พ. 2569 แนวทางจัดการสวน: ปุ๋ย โรค-แมลง หน้ากรีด พันธุ์ทนทาน โดรน
  • 29 มิ.ย. 2569 ไห่หนานปลูกทดแทนสวนเก่า โดยรัฐบาลกลางอุดหนุน
โกตดิวัวร์ ราคา · ผู้ซื้อ · ปลายน้ำ
  • ส่วนแบ่งราคาให้เกษตรกร 63% → 66% · โบนัส ≤10 ฟรังก์ CFA/กก.
  • ห้ามซื้อยางก้อนถ้วย DRC <60% · แผนชาติ PND 2026–2030: ยางล้อและถุงมือ
สหรัฐฯ ภาษี · ปลายน้ำ
  • AD ยางล้อจากไทย: Sentury 2.90% · Sumitomo 0.00% · รายอื่น 2.90%
  • ใช้กับยางล้อ ไม่ใช่ยางดิบ แต่อาจส่งผลย้อนกลับมาถึงอุปสงค์วัตถุดิบไทย
มาเลเซีย ตรวจสอบย้อนกลับ · ราคา
  • ไม่ใช้ MSNR Trace ปรับ ≤50,000 ริงกิต · จำคุก ≤2 ปี
  • RISDA รับซื้อตรง · เป้าราคาเฉลี่ย ≈3.00→3.70 ริงกิต/กก. · 300,000 ตัน ปี 2569 ≈ 29% ของความต้องการใช้ในประเทศ

ไม่มีประเทศใดดำเนินการครบ 4 มิติ แต่ทุกมาตรการของคู่แข่งและคู่ค้า
มีวาระหลัก F1–F5 ที่เสนอไว้รองรับ

ไทยมีทะเบียนเกษตรกรเป็นฐานอยู่แล้ว ขณะที่คู่แข่งต้องใช้กฎหมายบังคับ F1 จึงต้องเริ่มก่อน EUDR บังคับใช้

ประเทศ ผลิตภาพ / ภูมิอากาศ ราคาและรายได้เกษตรกร ตรวจสอบย้อนกลับ ปลายน้ำ / การค้า
จีน25 ก.พ. · 29 มิ.ย. 2569
จัดการสวน โดรน พันธุ์ทนภูมิอากาศ · ไห่หนานปลูกทดแทนสวนเก่า
F4
– – –
โกตดิวัวร์19 มิ.ย. · 3 ส.ค. 2569 –
ส่วนแบ่งราคาให้เกษตรกร 63% → 66% · ยกเลิกหักราคา · โบนัส ≤10 ฟรังก์ CFA/กก.
F3F5
ใบอนุญาตผู้ซื้อ · ทะเบียนซื้อขาย · ห้ามซื้อยางก้อนถ้วย DRC <60%
F1
แผนชาติ PND 2026–2030 (ไม่ระบุวันประกาศ): ศูนย์กลางยางล้อและถุงมือของแอฟริกาตะวันตก
F3
สหรัฐฯ20 ก.ค. 2569 – – –
AD ยางล้อจากไทย: Sentury 2.90% · Sumitomo 0.00% · รายอื่น 2.90%
F3F5
มาเลเซียพ.ค. 2568 · ม.ค. 2569 –
RISDA รับซื้อตรง · เป้าราคาเฉลี่ย ≈3.00 → 3.70 ริงกิต/กก. · 300,000 ตัน ปี 2569 ≈ 29% ของความต้องการใช้ในประเทศ
F3F5
MSNR Trace บังคับใช้ · ปรับ ≤50,000 ริงกิต · จำคุก ≤2 ปี
F1
–
ไทยวาระหลักที่เสนอรองรับ
F4
แรงงานกรีดและผลิตภาพ
F3F5
โครงสร้างสินค้า · รายได้ฐานความเชื่อถือ
F1
แพลตฟอร์มพิสูจน์แหล่งที่มา
F3F5
โครงสร้างสินค้า · รายได้ฐานความเชื่อถือ
01
02
03
04
05
06
3
ข้อค้นพบ
5
วาระหลัก

ข้อค้นพบจากพื้นที่ · ผู้ให้ข้อมูล 12 ราย · 8 จังหวัด · 4 ภูมิภาค

  • แนวโน้มสวนทางกัน ฐานผลิตดั้งเดิมภาคใต้ถดถอย ขณะที่ภาคเหนือและอีสานขยายตัว นโยบายจึงต้องออกแบบตามจังหวะที่ต่างกัน
  • อุปสรรคอยู่ที่โครงสร้าง มิใช่ที่บุคคล เอกสารสิทธิที่ดิน โครงสร้างแรงจูงใจด้านราคา ตลาดรองรับ และเงินทุน อยู่นอกเหนือการควบคุมของบุคคลในอุตสาหกรรม
  • กยท. เป็นสถาบันที่ได้รับความคาดหวังสูงสุด คำวิจารณ์สะท้อนความต้องการให้ทำหน้าที่เต็มศักยภาพ ทั้งการรักษาเสถียรภาพตลาด การอำนวยความสะดวกด้านมาตรฐาน และการถ่ายทอดองค์ความรู้
ภาคผนวก · กด A
ตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่เสนอ (Verified-Value Leader)

ผู้ขายยาง
ที่พิสูจน์แหล่งที่มาได้
รายใหญ่ที่สุดของโลก

เปลี่ยนเฉพาะตำแหน่งจาก “ผู้ผลิตและส่งออกยางปริมาณมากของโลก” ส่วนโครงยุทธศาสตร์ทั้งสี่ของแผนวิสาหกิจคงเดิม

ข้อเสนอต่อคณะกรรมการในไตรมาสแรก

กิจกรรมทดลองใช้ระบบ ตอบโจทย์สองข้อจากสองหน้าจอ

เปิดระบบตามหน้าจอด้านล่าง แล้วอภิปรายในกลุ่ม กลุ่มละ 1 ข้อสรุป

หน้าจอแผนที่การค้ายางธรรมชาติของโลก
โจทย์ข้อที่ 1 · แผนที่การค้ายางธรรมชาติของโลก
1
เลือกกลุ่มสินค้าที่สนใจจากแผนที่การค้าโลก แล้วอ่านเส้นทางส่งออกและนำเข้าของไทยในกลุ่มนั้น
สลับดูได้ที่ ไทยส่งออก / ไทยนำเข้า และ มูลค่า / ปริมาณ
หน้าจอแนวโน้มรายประเทศคู่ค้า
โจทย์ข้อที่ 2 · แนวโน้มมูลค่าส่งออกรายประเทศคู่ค้า
2
เส้นกราฟของจีนกับสหรัฐฯ บางช่วงลู่เข้าหากัน บางช่วงแยกออกจากกัน ให้ระบุเหตุการณ์เบื้องหลังแต่ละช่วง
ลู่เข้า (convergent) · แยกออก (divergent) · เลือกประเทศเปรียบเทียบได้จากรายชื่อเหนือกราฟ
ผ
7
หน้า · ตาราง 7 · รูปต้นฉบับ 7
กด A จากหน้าใดก็ได้
ผ
ภาคผนวก · ไม่นับในหน้าหลัก
ภาคผนวก
ตารางฉบับเต็มและรูปต้นฉบับจากรายงาน
สำหรับตรวจสอบตัวเลขที่ยกมาในหน้าหลัก
  • ผ1–ผ2 บัญชีเงื่อนไขและกฎระเบียบทางการค้า 19 รายการ
  • ผ3 คะแนน E/C/T/R ของ 10 มาตรการ และนิยามมิติ
  • ผ4 ผู้ให้ข้อมูลจากการลงพื้นที่ 12 ราย
  • ผ5 การผลิตและการใช้รายประเทศ · ผลผลิตรายภาค
  • ผ6–ผ7 รูปต้นฉบับ: ราคาและการส่งออกรายเดือน แผนที่การค้าโลก อินโฟกราฟิกห่วงโซ่ และกรอบวิเคราะห์

บัญชีกฎระเบียบ 19 รายการ (1/2): มาตรการต่างประเทศ ภาษีเกือบเป็นศูนย์ แต่เกณฑ์ย้ายไปที่แหล่งที่มา

หมวด ก มาตรการระหว่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษี · หมวด ข มาตรการภาษีและความตกลงการค้า · แถวสีอำพันคือข้อตกลงที่ กยท. เจรจาเอง และเชื่อมโยงกับทะเบียนเกษตรกร

บัญชีกฎระเบียบ 19 รายการ (2/2): กฎหมายในประเทศและมาตรฐานสมัครใจ โดยพื้นที่รับรองความยั่งยืนยังน้อยมาก

หมวด ค กฎหมายภายในประเทศ · หมวด ง มาตรฐานสมัครใจและวาระเชิงสถาบัน · FSC 81,158 ไร่ และ PEFC 7,092 ไร่ เทียบกับเนื้อที่กรีดได้ 22.32 ล้านไร่

คะแนนความสำคัญ 10 มาตรการ: ยางล้อสูงสุด 15 แต่ช่องว่างที่กว้างที่สุดคือ RCEP (14/R1) และถุงมือ (13/R2)

E + C + T = คะแนนความสำคัญ (เต็ม 15) · R คือความพร้อมของไทย ไม่รวมในคะแนน แต่ใช้ชี้ขนาดช่องว่าง · ช่องสีอำพันคือความพร้อมต่ำสุดเทียบกับผลกระทบ

ผู้ให้ข้อมูลจากการลงพื้นที่ 12 ราย ใน 8 จังหวัด 4 ภูมิภาค ครอบคลุมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

เลือกแบบเจาะจง (purposive sampling): กลุ่มเกษตรกร 4 · สหกรณ์ 4 · ผู้ประกอบการเอกชน 4 โดยจำแนกตามกิจกรรมหลักขององค์กร บางรายมีบทบาทคาบเกี่ยวมากกว่าหนึ่งช่วง

12ราย
ผู้ให้ข้อมูล · สัมภาษณ์เชิงลึกในพื้นที่จริง
8จังหวัด · 4 ภูมิภาค
ระยอง ชลบุรี ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พิษณุโลก เชียงราย
4 · 4 · 4
กลุ่มเกษตรกร · สหกรณ์ · ผู้ประกอบการเอกชน
ต้นน้ำ 5 กลางน้ำ 6 ปลายน้ำ 1

การผลิตและการใช้ยางธรรมชาติรายประเทศ 2564–2569 (ล้านตัน) และผลผลิตไทยรายภาคปี 2569

ปี 2569 เป็นค่าคาดการณ์ · แถวสีอำพันคือไทย · ผลผลิตรายภาคปรับจาก สศก. เป็นยางแห้งฐานเดียวกับ ANRPC

การผลิตของโลกรายประเทศล้านตัน · % คือการเปลี่ยนแปลงปี 2569
การใช้ของโลกรายประเทศล้านตัน · % คือการเปลี่ยนแปลงปี 2569
ผลผลิตไทยรายภาค ปี 2569เนื้อที่กรีดได้ · ผลผลิตยางแห้ง · ผลผลิตต่อไร่

รูปต้นฉบับจากรายงาน: ราคารายเดือน
การส่งออกรายเดือน และแผนที่การค้ายางโลก

ภาพที่ 5
ราคายางรายเดือนแยกตามชนิด (บาท/กก.)ที่มา: ตลาดกลางยางพารา กยท. (ยางแผ่น) และราคาเปิดตลาดภาพรวมประเทศ (น้ำยางสด ยางก้อนถ้วย)
ภาพที่ 6
ปริมาณส่งออกยางธรรมชาติแปรรูปรายเดือน (พันตัน เนื้อยางแห้ง)ที่มา: กรมศุลกากร
ภาพที่ 8
แผนที่การค้ายางธรรมชาติโลกที่มา: มูลค่านำเข้าพิกัด 4001 จาก BACI (CEPII) ปี 2567 และเส้นทางการส่งออกจากกรมศุลกากรไทย ม.ค.–มิ.ย. 2569

อ่านประกอบหน้าหลัก

  • ราคารายเดือน (ส่วนที่ 01): ยางแผ่นรมควันชั้น 3 เฉลี่ย 59.36 (2564) เป็น 79.62 บาท/กก. (ม.ค.–ส.ค. 2569) · ยางก้อนถ้วยต่ำกว่ายางแผ่น 15–17 บาท/กก.
  • การส่งออกรายเดือน (ส่วนที่ 03): ม.ค.–มิ.ย. 2569 ส่งออก 2.50 ล้านตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 354.6 พันล้านบาท
  • แผนที่การค้า (ส่วนที่ 03): จีน 59.0% ของปริมาณส่งออกครึ่งปีแรก 2569

อินโฟกราฟิกห่วงโซ่อุปทานจากรายงาน: ภาพรวม ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ
และกรอบวิเคราะห์ของโครงการ

ภาพที่ 1
ภาพรวมห่วงโซ่อุปทานยางพาราของไทยที่มา: กยท. · สศก. · กองการยาง กรมวิชาการเกษตร · กรมศุลกากร · ANRPC (ข้อมูล ณ ก.ย. 2569)
ภาพที่ 2
ต้นน้ำ (Upstream)ที่มา: กยท. · สศก. (รายจังหวัด มี.ค. 2569) · แผนวิสาหกิจ กยท. · สป.กษ. (โรคใบร่วง ก.ค. 2569) · กรมอุตุนิยมวิทยา
ภาพที่ 3
กลางน้ำ (Midstream)ที่มา: กรมศุลกากร (ม.ค.–มิ.ย. 2569) · กองการยาง (ผลิตรายชนิด 2567) · แผนวิสาหกิจ กยท. · ตลาดกลาง ส.ค. 2569
ภาพที่ 4
ปลายน้ำ (Downstream)ที่มา: กองการยาง (การใช้ในประเทศรายผลิตภัณฑ์ 2563–2568) · กรมศุลกากร · ANRPC · ฝ่ายเศรษฐกิจยาง กยท.
กรอบวิเคราะห์ของโครงการ
← tiraphap.io